การศึกษาเปรียบเทียบด้านประสิทธิผลทางคลินิกและความปลอดภัยระหว่างเจลสารสกัดผล มะขามป้อม 5% กบั เจลอัลฟ่าอาร์บูติน 2% เพื่อปรับสภาพผิวหน้าขาว

  • ประภาส ปรางค์แสงวิไล
  • เทพ เฉลิมชัย
Keywords: เจลสารสกัดผลมะขามป้อม, อัลฟ่าอาร์บูติน, ปรับผิวขาว

Abstract

ผลิตภัณฑ์ปรับผิวขาวเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายเพื่อลดสีผิวในคนไทย ผลิตภัณฑ์ปรับผิวขาวส่วนใหญ่ยับยั้งการสร้าง เม็ดสีเมลานินจากเมลาโนไซต์ มะขามป้อมเป็นพืชท้องถิ่นในไทยใช้ประโยชน์เป็นพืชสมุนไพร การศึกษาในหลอดทดลองที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าสารสกัดผลมะขามป้อมสามารถยับยั้งการทํางานของไทโรซิเนสและยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน การศึกษ านี้มี จุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพทางคลินิกระหว่างเจลสารสกัดผลมะขามป้อม 5% กับเจลอัลฟ่าอาร์บูติน 2% ในการปรับ สีผิวหน้าขาว คัดเลือกอาสาสมัครจํานวน 24 ราย อายุ 30-50 ปี งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลองทางคลินิก แบบสุ่มเลือกโดย ปกปิดสองฝ่าย และมีกลุ่มควบคุม แบบแบ่งครึ่งหน้าเปรียบเทียบในคนเดียวกัน สุ่มเลือกว่าจะทาใบหน้าด้านใดด้วยเจลมะขามป้อม 5% หรือ เจลอัลฟ่าอาร์บูติน 2% ทาวันละ 2 ครั้ง นาน 12 สัปดาห์ และทาใบหน้าอีกด้านด้วยเจลต่างชนิดกัน ประเมินผลทาง

®® คลินิกโดยวัดค่าเมลานินอินเดกซ์จากเครื่อง Mexameter MX18 ,ค่าความยืดหยุ่นผิวจากเครื่อง Cutometer dual MPA 580

®

และ จุดรอยดําจากแสงอัลตราไวโอเลตจากเครื่อง VISIA , ประเมินคะแนนความพึงพอใจและผลข้างเคียง ที่สัปดาห์ที่ 4, 8 และ

12 พบว่า กลุ่มใบหน้าข้างที่ทาด้วยสารสกัดผลมะขามป้อม 5% และกลุ่มใบหน้าข้างที่ทาด้วยเจลอัลฟ่าอาร์บูติน 2% มีค่าเมลานิน อินเดกซ์จากเครื่อง mexameter ลดลงอย่างมีนัยสําคัญที่สัปดาห์ที่ 12 เมื่อเทียบกับก่อนการรักษา (p=0.01) แต่เมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างข้างที่ทาด้วยเจลสารสกัดผลมะขามป้อม 5% และข้างที่ทาเจลอัลฟ่าอาร์บูติน 2% พบว่าไม่แตกต่างกัน (p=0.931) ค่าความยืดหยุ่นผิวและจุดรอยดําจากแสงอัลตราไวโอเลตจากเครื่อง VISIA® ทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกันหลังการรักษาสัปดาห์ที่ 12 ทั้งกลุ่มที่ใช้เจลสารสกัดผลมะขามป้อม 5% และเจลอาร์บูติน 2% นั้นมีคะแนนความความพึงพอใจระดับดีและดีมาก (ร้อยละ 100) โดยอาสาสมัคร 1 ราย (ร้อยละ 4.2) มีอาการแสบเล็กน้อยชั่วคราวจากการใช้สารสกัดผลมะขามป้อม 5% กล่าวโดย สรุปสารสกัดผลมะขามป้อม 5% มีประสิทธิภาพและนํามาเป็นทางเลือกในการปรับผิวขาวได้

References

ันทิมา หอมกลบ. (2010). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส และปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดของสาร สกัดเอทิลอะซีเตดจากผลมะขามป้อมจากแหล่งในประเทศไทย.
นคร เหลืองประเสริฐ และ นิภา เขื่อนควบ. (2011). มะขามป้อม ไม้ผลที่มีคุณค่าเกินกว่าจะมองข้าม. เกษตรก้าวหน้า, 24(2). ปัทมา ปาประโคน. (2015). การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของการทาครีมไดไฮโดรออกซีเรสเวอราทรอล 0.2% กับครีมอัลฟา
อาร์บูติน 2% เพื่อการปรับผิวหน้าขาวในอาสาสมัครชาวไทย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ประไพพิศ อินเสน. (2018). การยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินจากพืชกลุ่มเบอร์รี่ไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีส
เทิร์สเอเซีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 12(2), 77.
ภัสสราภรณ์ ศรีมังกรแก้ว. (2015). การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปากของสารสกัดมะขามป้อมในหนูแรท. 110. ราชกิจจานุเบกษา. (2012). บัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชียาจากสมุนไพร. ราชกิจจานุเบกษา
วศินี เพื่องธนาคม. (2012). ประสิทธิภาพครีมทําให้ผิวขาวที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากมะขามป้อม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
Adil, M. D., Kaiser, P., Satti, N. K., Zargar, A. M., Vishwakarma, R. A., & Tasduq, S. A. (2010). Effect of Emblica
officinalis (fruit) against UVB-induced photo-aging in human skin fibroblasts. J Ethnopharmacol, 132(1),
109-114. https://doi.org/10.1016/j.jep.2010.07.047
Boissy, R. E., Visscher, M., & DeLong, M. A. (2005). DeoxyArbutin: a novel reversible tyrosinase inhibitor with
effective in vivo skin lightening potency. Exp Dermatol, 14(8), 601-608. https://doi.org/10.1111/j.0906-
6705.2005.00337.x
Chaudhuri, R. K., Lascu, Z., & Puccetti, G. (February 2007). Inhibitory Effects of Phyllanthus emblica Tannins on
Melanin Synthesis. Cosmetics & Toiletries, 122(2), 73.
Fangkrathok, B. S. a. N. (2014). Antioxidant,Antimutagenic, and Antibacterial activities of extract from Phyllanthus
emblica branches.
Glogau, R. (1994). Chemical peeling and aging skin. J Geriatr Dermatol, 2(1), 30-35.
Gonzaga, E. R. (2009). Role of UV light in photodamage, skin aging, and skin cancer: importance of
photoprotection. Am J Clin Dermatol, 10 Suppl 1, 19-24. https://doi.org/10.2165/0128071-200910001-
00004
Lucas, R. M., Norval, M., Neale, R. E., Young, A. R., de Gruijl, F. R., Takizawa, Y., & van der Leun, J. C. (2015). The
consequences for human health of stratospheric ozone depletion in association with other environmental factors. Photochem Photobiol Sci, 14(1), 53-87. https://doi.org/10.1039/c4pp90033b
Majeed, M., Bhat, B., Anand, S., Sivakumar, A., Paliwal, P., & Geetha, K. G. (2011). Inhibition of UV-induced ROS
and collagen damage by Phyllanthus emblica extract in normal human dermal fibroblasts. J Cosmet
Sci, 62(1), 49-56.
Pourreza, N. (2013). Phenolic compounds as potential antioxidant. Jundishapur J Nat Pharm Prod, 8(4), 149-150.
https://doi.org/10.17795/jjnpp-15380
Torres, A. (1999). Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine (E. A. Freedberg IM & e. a. Wolff K, eds, Eds. 5
ed.). McGraw-Hill.
Published
2021-08-10