การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่างเจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% และเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% ในการรักษาริ้วรอยรอบดวงตา

  • อริสา วงศ์วานวัฒนา
  • รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์
  • วิภาเพ็ญ โชคดีสัมฤทธิ์
Keywords: ้วรอย, ริ้วรอยรอบดวงตา, สารสกัดขมิ้นชัน

Abstract

ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ให้ความสําคัญ เนื่องจากบริเวณรอบดวงตาเป็นตําแหน่งที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะเวลาแสดงสีหน้าซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และภาวะจิตใจ ในปัจจุบันเริ่มนิยมนําสมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบ ของเครื่องสําอาง ซึ่งขมิ้นชันเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สามารถยับยั้งความเสียหายของผิว จากรังสีอัลตราไวโอเลต จึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถนําขมิ้นชันมาเป็นส่วนประกอบของเครื่องสําอางลดริ้วรอยได้ รูปแบบ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยทดลองเชิงคลินิก โดยศึกษาในอาสาสมัคร 22 คน แบ่งครึ่งใบหน้าข้างซ้ายและข้างขวา เลือกการรักษาทาเจล สารสกัดขมิ้นชัน 1% และเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% แบบสุ่มข้าง โดยทาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ นัดติดตามอาการที่ 4, 8, และ 12 สัปดาห์ โดยประเมินริ้วรอยรอบดวงตาด้วย Rao-Goldman 5-point visual scoring scale วัดความลึกริ้วรอยรอบดวงตาด้วยเครื่อง Visioscan®VC98 วัดความยืดหยุ่นรอบดวงตาด้วยเครื่อง Cutometer® MPA 580 ประเมินความพึงพอใจของอาสาสมัครต่อผลการรักษา ประเมินความเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยรอบดวงตาโดยแพทย์3 ท่านซึ่งไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องในงานวิจัยโดยดูจากภาพถ่ายเปรียบเทียบก่อนเข้าร่วมงานวิจัยและสัปดาห์ที่12 และบันทึกผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ผลการวิจัยพบว่าการประเมินริ้วรอยรอบดวงตาค่าเฉลี่ยริ้วรอยรอบดวงตาข้างที่รักษาด้วยเจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% และค่าเฉลี่ยริ้ว รอยรอบดวงตาข้างที่รักษาด้วยเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% เทียบกับก่อนรักษาลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.001) เปรียบเทียบทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ค่าเฉลี่ยความลึกของริ้วรอยรอบดวงตาข้างที่รักษาด้วยเจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% และ ค่าเฉลี่ยความลึกของริ้วรอยรอบดวงตาข้างที่รักษาด้วยเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% เทียบกับก่อนรักษาลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.001) เปรียบเทียบทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ค่าเฉลี่ยความยืดหยุ่นรอบดวงตาข้างที่รักษาด้วยเจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% และ ค่าเฉลี่ยความยืดหยุ่นรอบดวงตาข้างที่รักษาด้วยเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% เทียบกับก่อนรักษาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.001) เปรียบเทียบทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน การประเมินความเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาโดยแพทย์ 3 ท่าน ระหว่างกลุ่มที่ทาเจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ทาเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% ไม่แตกต่างกัน ความพึงพอใจของ อาสาสมัครต่อการใช้เจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% และเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% ไม่แตกต่างกัน และไม่พบผลข้างเคียงที่ไม่พึ่งประสงค์ ทั้งจากเจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% และเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% สรุปเจลสารสกัดขมิ้นชัน 1% และเจลสารสกัดขมิ้นชัน 2% มีประสิทธิผลในการรักษาริ้วรอยรอบดวงตาไม่แตกต่างกัน

References

Araujo, C. A. C., & Leon, L. L. (2001). Biological activities of Curcuma longa L. Memórias do Instituto Oswaldo
Cruz, 96(5), 723-728.
Arct, J., Ratz-Lyko, A., Mieloch, M., & Witulska, M. (2014). Evaluation of skin colouring properties of curcuma
longa extract. Indian journal of pharmaceutical sciences, 76(4), 374-378.
Fisher, G. J., Kang, S., Varani, J., Bata-Csorgo, Z., Wan, Y., Datta, S., & Voorhees, J. J. (2002). Mechanisms of
photoaging and chronological skin aging. Archives of dermatology, 138(11), 1462-1470.
Frances, C., Boisnic, S., Hartmann, D. J., Dautzenberg, B., Branchet, M. C., CHARPENTIER, Y. L., & Robert, L.
(1991). Changes in the elastic tissue of the non-sun-exposed skin of cigarette smokers. British Journal
of Dermatology, 125(1), 43-47.
Nyirady, J., Bergfeld, W., Ellis, C., Levine, N., Savin, R., Shavin, J., ... & Grossman, R. (2001). Tretinoin cream 0.02%
for the treatment of photodamaged facial skin: a review of 2 double-blind clinical studies. Cutis, 68(2),
135-142.
Plianbangchang, P., Tungpradit, W., & Tiyaboonchai, W. (2013). Efficacy and safety of curcuminoids loaded solid lipid nanoparticles facial cream as an anti-aging agent. Naresuan University Journal: Science and
Technology (NUJST), 15(2), 73-81.
Rittié, L., Fisher, G. J., & Voorhees, J. J. (2006). Retinoid therapy for photoaging. Skin aging, Chapter13, 143-156. Smith, J. B., & Fenske, N. A. (1996). Cutaneous manifestations and consequences of smoking. Journal of the
American Academy of Dermatology, 34(5), 717-732
Sumiyoshi, M., & Kimura, Y. (2009). Effects of a turmeric extract (Curcuma longa) on chronic ultraviolet B irradiation-induced skin damage in melanin-possessing hairless mice. Phytomedicine, 16(12), 1137-1143.
ภัทราภา จิตเอื้ออารีย์. (2554). การศึกษานํารองเปรียบเทียบสารสกัดขมิ้นชัน 6 เปอร์เซ็นต์และ โคลทรัยมาโซล 1 เปอร์เซ็นต์ รักษากลากที่เท้า. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา. มหาวิยาลัยแม่ฟ้าหลวง, กรุงเทพฯ.
วิชชุดา อ้นมี., วิภาเพ็ญ โชคดีสัมฤทธิ์. (2562). การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของครีมสารสกัดขมิ้นชัน 1 % กับครีมเทรทิโน
อิน 0.025 % ในการรักษาริ้วรอยรอบดวงตา. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา. มหาวิยาลัยแม่ฟ้า
หลวง, กรุงเทพฯ.
วัชราภรณ์ ทองไทย, อรุณี แก้วบริสุทธิ์, และอัญชลี สีแดงเหลือง. (2547). การสกัดสารเคอร์คูมินในขมิ้นชัน. สํานักวิทยบริการและ
เทคโนโลยีสารสนเทศ. มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, เพชรบุรี.
Published
2021-08-10