การศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ และสถานที่เกิดเหตุของนกั ปฏิบัตกิารฉุกเฉินการแพทย์ประเทศไทย

  • ทองพิทักษ์ ฮวบบางยาง
  • ณรงค์ กุลนิเทศ
Keywords: สถานที่เกิดเหตุ, วัตถุพยาน, นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์, ปัญหาและอุปสรรค

Abstract

ความสําคัญของปัญหา: นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์เป็นวิชาชีพใหม่ในประเทศไทย บทบาทหน้าที่หลักที่

สําคัญที่สุดของนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ คือ การให้ความช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินในระดับขั้นสูงที่สุดในระบบบริการ การแพทย์ฉุกเฉินภายนอกโรงพยาบาล นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์จึงต้องเผชิญกับวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุและ มีความจําเป็นต้องเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในสถานที่เกิดเหตุทางด้านนิติวิทยาศาสตร์บ่อยครั้ง และพบกับปัญหา รวมถึงอุปสรรคในการรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีบทบาทที่ ชัดเจนสําหรับนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ต่อการรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งที่ผ่านมานัก ปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์จึงต้องอาศัยความรู้ และประสบการณ์ของแต่ละบุคคลในการจัดการกับวัตถุพยานทางนิติ วิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ

วัตถุประสงค์การวิจัย: 1. ศึกษาปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาการรักษา วัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุของนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ประเทศไทย 2. ศึกษาปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์กับปัญหาและอุปสรรคในการรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุของนักปฏิบัติการฉุกเฉิน การแพทย์ประเทศไทย

วิธีดําเนินการวิจัย: การศึกษาแบบภาคตัดขวางเชิงสํารวจ (Cross-Sectional Survey) เก็บข้อมูลนักปฏิบัติการ ฉุกเฉินการแพทย์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทยและลงทะเบียนกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 31 มีนาคม 2564 โดยแบบสอบถามที่จัดทําขึ้นมาได้ผ่านการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญ และผ่านการทดลองใช้ (Try out) จากนั้นจึงส่งแบบสอบถามไปยัง E-mail ของนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์โดยใช้ Google form

ผลการวิจัย: มีการส่งแบบสอบถามจํานวน 382 ฉบับมีการตอบกลับมาจํานวน 281 ฉบับ (ร้อยละ 74) จํานวนนี้ เป็นส่วนใหญ่เป็นนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์เพศหญิงจํานวน 174 ราย (ร้อยละ 61.9) มีอายุเฉลี่ย 26.09±4.44 ปี ส่วนใหญ่มีอายุการปฏิบัติงานเฉลยี่ ที่ 1 ปี (ค่าพิสัยควอไทล์ 1-3 ปี) นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ประเทศไทยส่วนใหญไ่ มเ่ คย ได้รับการฝึกอบรมทางด้านนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมจํานวน 205 ราย (ร้อยละ 73) นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ ร้อยละ 99.6 พบปัญหาและอุปสรรคในการรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ จําแนกเป็น 1. ปัญหา และอุปสรรคระดับบุคคล (ร้อยละ 79.0) พบมากที่สุด คือ ขาดความรู้ การศึกษาและฝึกอบรมด้านการรักษาวัตถุ พยานและสถานที่เกิดเหตุ ร้อยละ 50.9 2.ปัญหา และอุปสรรคระดับหน่วยงาน (ร้อยละ 89.7) พบมากที่สุด คือ ไม่มีกฎหมาย รองรับการเก็บรักษาวัตถุพยานและสถานที่เกิดเหตุ (ร้อยละ 68.7) แนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาการรักษาวัตถุพยาน ทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ พบมากที่สุด คือ การจัดทําแนวทางที่เป็นมาตรฐานในการรักษาวัตถุพยานทางนิติ วิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ (ร้อยละ 83.3) ในการศึกษาปัจจุบันยังไม่พบว่ามีหลักฐานทางสถิติเพียงพอที่จะอธิบายว่า ปัจจัยใดที่มีความสัมพันธ์กับปัญหา และอุปสรรคในการรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ ของนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ประเทศไทย

ข้อเสนอแนะ: นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ควรพัฒนาตนเองโดยการเพิ่มพูนทักษะความรู้ ความสามารถด้าน การรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรมนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ ควรจัดการศึกษาด้านการรักษาวัตถุพยานและสถานที่เกิดเหตุในระดับอุดมศึกษา หน่วยงานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ควรสร้าง แนวทางปฏิบัติทเี่ป็นมาตรฐานสําหรับการรักษาวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์และสถานที่เกิดเหตุสําหรบันักปฏิบัติการฉุกเฉิน การแพทย์ที่เป็นวิชาชีพใหม่ของประเทศไทย

References

กนกพร แสนแก้ว. (2562). การศึกษาความรู้ความเข้าใจด้านการตรวจสถานที่เกิดเหตุของพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่
ตํารวจภูธรจังหวัดนครปฐม. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 14(2), 121-136.
จรณิต แก้วกังวาล, และชยันต์ พิเชียรสุนทร. (2554). ขนาดกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยทางคลินิก. ใน พรรณี ปิติสุทธิ
ธรรม/(บก.), ตําราการวิจัยทางคลินิก. กรุงเทพฯ: คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล.
ดวงพร เทพมณี, ทองพิทักษ์ ฮวบบางยาง, ทิพวัลย์ สมานพร้อม, พรชนก ถวิลทรัพย์, สิริลักษณ์ ม่วงเชียง และ นาวิน สุรภักดี. (2562). การสํารวจการทําหัตถการระดับ ค ในกลุ่มนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ประเทศไทย . Vajira
Medical Journal: Journal of Urban Medicine, 19(63), 43-54.
ธนากร ลักษณะมาพันธ์, เจษฏากร เจนพานิชพงศ์ และไชยพร ยุกเซ็น. (2564). การดูแลนอกโรงพยาบาล 1 (พิมพ์ครั้งที่ 1).
กรุงเทพฯ: ปัญญมิตรการพิมพ์.
พิภพ พลอาสา. (2562). ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานด้านการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ตํารวจกองพิสูจน์
หลักฐานกลาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ. การค้นคว้าอิสระวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานิติวิทยาศาสตร์
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.
วศิมน ธันธนาพรชัย. (2560). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสถานที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตํารวจในเขตพื้นที่กองบังคับการ
ตํารวจนครบาล 6. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานิติวิทยาศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราช
ภัฎสวนสุนันทา.
วพิชญาภร ภัทรจิรธนกุล. (2561). ความรู้และความเข้าใจของอาสาสมัครกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาจังหวัดชลบุรี เกี่ยวกับ
หลักฐานทาง นิติเวชและนิติวิทยาศาสตร์. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ บัณฑิต
วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2564, เมษายน 16). ขอส่งข้อมูลส่วนบุคคลของนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ที่ได้รับ
ประกาศนียบัตรนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์.
135.
Sanders MJ., Lewis LM., Qick G. & McKenna KD. (2012). Mosby’s Paramedic Textbook (4th ed.). USA: Ascend Learning Company.
& Row.
Asci, O., Hazar, G., & Sercan, I. (2015). The approach of prehospital health care personnel working at
emergency stations towards forensic cases. Turkish journal of emergency medicine, 15(3), 131-
Sawyer, S., Coles, J., Williams, A., Lucas, P., & Williams, B. (2017). Paramedic students' knowledge,
attitudes, and preparedness to manage intimate partner violence patients. Prehospital
emergency care, 21(6), 750-760.
Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. (3rd ed.). New York: Harper
Published
2021-08-10