การพัฒนาการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

  • นฤมล ติระพัฒน์ โรงเรียนเทศบาล ๑ (เอ็งเสียงสามัคคี)
Keywords: ทักษะการคิดวิเคราะห์, การเลือกศึกษาต่อ, ชุดกิจกรรม, กิจกรรมแนะแนว, นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Abstract

จากการจัดกิจกรรมแนะแนวให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ในการ ตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อ ผู้วิจัยจึงได้พัฒนาการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาการจัดกิจกรรมแนะ แนวโดยใช้ TIRAPHAT Model เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวเิ คราะห์ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) ศึกษาประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ในการตัดสินใจเลือกแนวทาง การศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การวิจัยนี้ มีรูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา มีเครื่องมือในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามความต้องการการจัดการเรียนรู้กิจกรรมแนะแนว, ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้, แผนการจัดการเรียนรู้, แบบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เรื่อง การตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อ, แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ในการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อ และ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น

ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้

1. การพัฒนาการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใช้TIRAPHATModelเพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ในการตัดสินใจเลือก

แนวทางการศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน คือ (1) T - ใช้ทีมเป็นฐานทําความเข้าใจตามจุดประสงค์การ เรียน (2)I-เก็บรวบรวมข้อมูลหรือข้อเท็จจริง (3)R-เลือกสถานการณ์ที่น่าสนใจ (4)A-ประยุกต์นําไปใช้ (5)P-สรุปสาระสําคัญเป็น แผนผังความคิด (6)H–บอกความสุขในใจ (7)A-เตรียมคําถามสร้างคําตอบ และ(8)T-การนําเสนอโดยกลุ่ม

2. หลังการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใช้TIRAPHATModelพบว่าประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เป็นดังนี้

2.1 ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model เท่ากับ 83.35/82.70 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model สูงกว่าก่อน

เรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

2.3 ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนทเี่ ข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model สูงขึ้นใน ทุกระยะที่ศึกษา 2.4 ความพึงพอใจของนักเรียนทเี่ ข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model อยู่ในระดับมากที่สุด

จากผลการวิจัย ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ คือ ก่อนการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใช้ TIRAPHAT Model นักเรียนควรได้รับการ ฝึกกระตุ้นให้มีทักษะการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในลักษณะต่างๆ มาแล้วด้วย เช่น กิจกรรมคิด-จับคู่-แลกเปลี่ยน (think-pair-share), การอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) และการแสดง บทบาทสมมติ (Role Playing) เป็นต้น

References

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2545. พร้อมกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : องค์การรับส่งสินค้าและพัสดภุ ณั ฑ์ (ร.ส.พ.).
. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : องค์การรับส่ง สินค้าและพัสดุภณั ฑ์.
จิตราภรณ์ จํานงพิศ. (2557). ผลการใช้ชุดกิจกรรมแนะแนวเพื่อส่งเสรมิ พฤตกิ รรม ด้านการปรับตัวทางสงั คมของนกั เรียนชนั้ มัธยมศกึษาปีที่1.วิทยานิพนธป์รญิญาศึกษาศาสตรมหาบณัฑติไมไ่ดต้ีพิมพ์.มหาวิทยาลัยราชภฏัมหาสารคาม, มหาสารคาม.
จิระ ดีช่วย. (2554). การพัฒนารปู แบบการเรียนการสอนตามทฤษฎคี อนสตรกั ติวิซึมร่วมกบั การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ เพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์ทางชีววทิ ยาและความสามารถในการสร้าง องค์ความรขู้ องนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษา ปีที่ 4. วิทยานิพนธป์ รัชญาดุษฎีบณั ฑติ . นครปฐม : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นงลักษณ์ ประเสริฐ และคณะ. (2553). ชุดฝึกอบรมแนะแนว. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
บุญญา กลนิ่ จันทร์. (2558). รายงานการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยการเรยี นแบบร่วมมือ โดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์ การเรียนรู้ เรื่อง พระพุทธศาสนา สําหรบั นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษา ปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์). ตรัง:โรงเรียนเรียนเทศบาล๖ (วัดกะพังสุรินทร์) สํานักการศึกษาเทศบาลนครตรัง.
เป็นไท เทวินทร์. (2556). ผลการใช้ชุดกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาทักษะการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนบ้านสันป่าสักจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษามหาบัณฑิตไม่ได้ ตีพิมพ์. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, นนทบุรี.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2561). การเรียนรู้เชิงรกุ แบบรวมพลัง. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
วัชรา เล่าเรยี นดี. (2556). รูปแบบและกลยุทธก์ ารจัดการเรียนรู้ : เพื่อพัฒนาทักษะการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 10. นครปฐม : มหาวิทยาลยั
ศิลปากร.
วีณา ประชากลู และประสาท เนอื งเฉลิม. (2554). รูปแบบการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม.
สุรางค์ โค้วตระกลุ . (2556). จิตวิทยาการศกึ ษา. พิมพค์ รั้งที่ 11. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย. อภิชาแดงจํารญู.(2563).ทกัษะชวีิต.พิมพ์ครงั้ที่3.กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณม์หาวิทยาลยั. อารยาช่ออังชัญ.(2553).การพฒันารูปแบบการเรียนการสอนเพอื่ส่งเสริมความสามารถในการคิดแกป้ัญหาอย่างมี
วิจารณญาณกลุ่มสาระการเรียนรวู้ิทยาศาสตร์ของนกัเรียนชนั้ประถมศึกษาปีที่5.วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎี
บัณฑติ . นครปฐม : มหาวิทยาลัยศิลปากร. อุเทนวางหา,จันทร์พรพรหมมากและวิชิตสรุัตนเ์รอืงชัย.(Januar-April,2560).การพัฒนารปู แบบการเรยีนการสอนสังคม
ศึกษา โดยประยกุ ต์แนวคดิ ชุมชนเปน็ ฐานการเรยี นรแู้ ละทฤษฎกี ารสรา้ งความรเู้ พื่อส่งเสริมความสามารถในการคดิ วิเคราะห์และความสามารถในการสอื่สารของนักเรยีนชั้นมธัยมศึกษาปทีี่3ในโรงเรยีนสังกัดองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น. วารสารศกึ ษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยบรู พา. (29).
Caroline, Sheffield C.(2007). Technolog and the Gifted Adolescent : Higher Order Thinking. 21st Centeracy and the Digital Native [Online]. Assessed 10 December. Available from http://www.nesu.edu/meridian/sum2007/gifted/02.thm/
Giuliano. F.J. (1998, July). The Relationships A mong Cognitive Variables and Students Problem-Solving Strategies in an InteractiveChemistryClassroom.Proqust-DissertationAbstracts.59:125–A.
Isaak. A.C. (1981). Scope and Method of Political Science : An Interduction to the Methodology of Political In Quiry (3rd nd). Lillion : The Doreey Press.
Joyce,B., andWeil,E.(2009).ModelsofTeaching.8thed.NewYork:Allyn&Bacon.M
Macquire. W.J. (1969). The Hand Book of Social Psychology. 2nd ed Massachusetts : Addison
Wesley Publiching Company.
Whalmen,B.B.(1973).Dictionary of Behavior Science. New York:Litton Education Publishing.
Published
2022-01-31