การประยุกต์ใชร้ะบบสารสนเทศงานเวชระเบียนผ่านGoogleformภายใต้วิถีชีวิตใหม่ กรณีศึกษา : แผนกการแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์บูรณาการ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์

  • จิรวัฒน์ สุดสวาท วิทยาลยั สหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา
  • ธีรภัทร์ เสือเอก วิทยาลยั สหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา
  • สุวรรณา หัดสาหมัด วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา
  • กุลภัสร โภชนกุล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนคร
Keywords: ระบบสารสนเทศ, เวชระเบียน, วิถีชีวิตใหม, การแพทย์แผนจีน

Abstract

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศงานเวชระเบียน ผ่าน Google form ภายใต้วิถีชีวิตใหม่ กรณีศึกษา : แผนก การแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์บูรณาการ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ เป็นงานวิจัยของนักศึกษา ที่มีความสนใจที่จะพัฒนารูปแบบงานเวชระเบียนให้ตอบสอนงต่อความต้องการพัฒนาประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยมีการพัฒนาระบบเดิมจากเป็นแฟ้มเอกสารมาจัดเก็บผ่านระบบออนไลน์ Google form เพื่อความสะดวกและรวดเร็วโดย มีทีมอาจารย์แพทย์แผนจีนให้คําแนะนําและพัฒนาระบบการใช้งานไปควบคู่กันกับระบบเดิม เพื่อรักษาข้อมูลและความ ปลอดภัยของผู้มารับบริการ ซึ่งเป็นการวิจัยและพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อออกแบบและพัฒนาการใช้งาน Google Form งานเวชระเบียน แผนกการแพทย์จีนฯ 2) เพื่อประเมินผลความพึงพอใจของผู้ใช้ Google Form ในงานเวชระเบียน แผนกการแพทย์แผนจีนฯ กลุ่มตัวอย่าง คือ แพทย์แผนจีนที่ปฏิบัติงาน จํานวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินการใช้ Google Form ในงานเวชระเบียนของแผนกการแพทย์แผนจีนฯ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ผลการวิจัยพบว่า1)การนําGoogleformมาใช้ในงานเวชระเบียนมีความสะดวกรวดเร็วและรองรับวิถีชวีิตใหม่ ซึ่งได้มีการพัฒนาและออกแบบร่วมกับแพทย์แผนจีน ทําให้ข้อมูลในเวชระเบียบตรงกับการใช้งานที่แท้จริง เพราะระบบ สารสนเทศที่ใช้งานมีส่วนช่วยป้องกันการสัมผัสและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ อีกทั้งยังเป็นการรักษาความปลอดภัยของ ข้อมูลผู้ที่มารับบริการ 2) ความพึงพอใจต่อการนํา Google form มาใช้ในเวชระเบียนของแผนกการแพทย์แผนจีน ในภาพรวมอยู่ที่ 3.82 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.668 อยู่ในระดับมาก ซึ่งค่าเฉลี่ยของกลุ่มประชากรที่เปรียบเทียบก่อนและ หลัง (t-test) ที่ 6.09 และค่าระดับนัยสําคัญทางสถิติ (Significance) เท่ากับ 0.00 ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้

References

กิตติ ภักดีวัฒนะกุล, คัมภีร์ระบบสนับสนุนการติดสินใจและระบบผู้เชี่ยวชาญ.กรุงเทพฯ : เคทีพีคอมพ์ แอนด์ คอนซัลต์ , 2546 จตุพร กลมปั่น และคณะ, การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการรายงานความสมบูรณ์ของการสรุปเวชระเบียนผู้ป่วยใน. โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สังกัดสํานักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร, 2546
ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล, แพทย์แผนจีนทางเลือกสุขภาพ. กรุงเทพ : มติชน, 2553
สมพร เอกรัตน์. (2537). เวชระเบียนศาสตร์1. มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม
สุพรรษา ยวงทอง. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้วเทคโนโลยี. กรุงเทพ : โปรวิชั่น, 2557 สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. นนทบุรี, 2557
แสงเทียน อยู่เถา. (2546). เวชระเบียน. กรุงเทพฯ: มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย)
พิทูร ธรรมธรานนท์. (2551). แนวทางในการบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วย. กรุงเทพฯ: แพทย์สภา.
Kroenke, D M. (2008). Experiencing MIS. Prentice-Hall, Upper Saddle River, NJ
Leavitt, Harold J.; Whisler, Thomas L. (1958), "Management in the 1980s", Harvard Business Review, 11 P.Beynon-Davies (2009). Business information systems. Basingstoke, UK: Palgrave. ISBN 978-0-230-20368-6. The Independent ICT in Schools Commission, Information and Communications Technology in UK Schools:
An Independent Inquiry, 1997. Impact noted in Jim Kelly, What the Web is doing for Schools, Financial
Times, 2000.
William Melody et al., Information and Communication Technologies: Social Sciences Research and Training:
A Report by the ESRC Programmer on Information and Communication Technologies, ISBN 0-86226- 179-1, 1986. Roger Silverstone et al., "Listening to a long conversation: an ethnographic approach to the study of information and communication technologies in the home
Published
2022-02-01